สวนแนวตั้ง หรือ สวนผนัง (Green Wall / Vertical Garden) ในขณะนี้เป็นที่นิยมในหมู่นักออกแบบและนักจัดสวนกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากสวนแนวตั้ง เป็นการจัดสวนที่สามารถใช้พื้นที่จำกัดได้ ตัวอย่างเช่น บริเวณพื้นที่ผนัง ที่ปกติอาจไม่ได้มีการใช้งานหรือตกแต่ง การทำสวนแนวตั้งเพิ่มเข้าไปในพื้นที่ จะช่วยให้เราได้รับประโยชน์ต่างๆมากมาย เช่น;

  • สวนแนวตั้ง ช่วยเพิ่มความสวยงามให้แก่ตัวตึกอาคาร
  • สวนแนวตั้ง ทำให้เราสามารถจัดสวนได้ในพื้นที่ที่มีความจำกัด
  • สวนแนวตั้ง มีต้นไม้เป็นตัวช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนในอากาศ
  • สวนแนวตั้ง มีต้นไม้ช่วยลดมลพิษ เช่น ก๊าซ CO2
  • สวนแนวตั้ง ช่วยกรองฝุ่นต่างๆได้ระดับหนึ่ง ทำให้อากาศให้บริสุทธิ์มากขึ้น
  • สวนแนวตั้ง ทำหน้าที่เสมือนเป็นฉนวนช่วยลดความร้อนให้กับตัวอาคาร
  • สวนแนวตั้ง ช่วยเพิ่มลูกเล่นในการ Design หรือตกแต่งอาคาร ทั้งภายนอกและภายใน
  • สวนแนวตั้ง ทำหน้าที่เสมือฉนวนช่วยกรองเสียงให้กับตัวอาคาร

 

ทั้งนี้ ในการติดตั้งสวนแนวตั้ง เราอาจต้องคำนึงถึงรายละเอียดต่างๆในการติดตั้ง เนื่องจากการติดตั้งสวนแนวตั้ง ต้องมีการคำนึงถึงความเหมาะสมของหน้างาน การเลือกใช้อุปกรณ์ต่างๆ เช่น กระถาง โครงเหล็ก ระบบน้ำ รวมถึงการเลือกต้นไม้ และการเตรียมหน้างานที่ถูกต้อง ตัวอย่างเช่น;

 

1. การเลือกพื้นที่ในการติดตั้ง 

ในการเลือกพื้นที่สำหรับติดตั้งสวนแนวตั้ง พื้นที่ควรเป็นผนังเปล่า ไม่ควรมีการติดอุปกรณ์ตกแต่งใดๆยื่นออกมาจากผนัง เพื่อที่เราจะติดตั้งสวนแนวตั้งได้ง่าย อีกทั้งเราอาจต้องคำนึงถึงบริเวณที่ตั้ง และ ทิศทาง ของสวนแนวตั้งในบริเวณนั้นๆ เช่น แผงสวนแนวตั้งหันหน้าไปทางทิศใด (ทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก หรือทิศตะวันตก) เพื่อที่เราจะได้ทราบปริมาณของแสงแดดที่สวนแนวตั้งได้รับในแต่ละวัน และเพื่อให้นำไปเป็นข้อมูลประกอบในการเลือกพันธุ์ไม้สำหรับสวนแนวตั้งต่อไป

 

ตัวอย่างหน้างานผนังและโครงสำหรับติดตั้งสวนแนวตั้ง

 

2. การเลือกพันธุ์ไม้ 

การเลือกพันธุ์ไม้สำหรับสวนแนวตั้ง เราควรเลือกพันธุ์ไม้ให้เข้ากับแต่ละหน้างาน ตัวอย่างเช่น หากหน้างานหันออกทางทิศตะวันออกหรือทิศเหนือ สวนแนวตั้งก็จะได้รับปริมาณแสงแดดช่วงเช้าค่อนข้างมาก หรือต้องติดตั้งสวนแนวตั้งบริเวณทิศใต้หรือทิศตะวันตก สวนแนวตั้งก็จะได้รับปริมาณแสงแดดช่วงบ่ายมากกว่า ดังนั้น หากพื้นที่โดนแสงแดดค่อนข้างมาก เราควรเลือกพันธุ์ไม้สวนแนวตั้งที่ทนแดด เช่น ไม้ใบเขียว หรือ หากพื้นที่นั้นๆโดนแดดบ้างบางส่วน และบางส่วนมีร่มเงาบังไว้บ้าง เราก็สามารถเลือกพันธุ์ไม้สวนแนวตั้งที่สามารถรับแสงแดดได้ปานกลาง เช่น ไม้จำพวก Partial Shade หรือหากหน้างานนั้นๆแทบไม่ได้โดนแสงแดดง เช่นมีเงาตึกหรือสิ่งปลูกสร้างอื่นๆบังไว้ เราอาจเลือกเป็นพันธุ์ไม้สวนแนวตั้งเป็นไม้ในร่มแทน เป็นต้น

ตัวอย่างการเตรียมพันธุ์ไม้สำหรับสวนแนวตั้ง

 

3. การเตรียมพื้นที่หน้างาน

ในการติดตั้งสวนแนวตั้ง พื้นที่หน้างานของสวนแนวตั้งอาจเป็นได้ทั้งผนังปกติ ซึ่งเราจะติดตั้งกระถางยึดติดเข้ากับตัวผนังโดยตรงด หรือ อาจมีการจัดเตรียมโครงเหล็ก เพื่อใช้ในการแขวนกระถางสวนแนวตั้ง ซึ่งทั้งนี้ เราอาจต้องมีการคำนวณด้วยว่า ผนังที่เราต้องการติดตั้งสวนแนวตั้งนั้น สามารถรับน้ำหนักของสวนแนวตั้งตามขนาดที่ต้องการได้หรือไม่

 

ตัวอย่างกระถางสำหรับสวนแนวตั้ง

 

ตัวอย่างเช่น สวนแนวตั้งแบบกระถางแขวน อาจมีน้ำหนักรวมประมาณ 25-30 kg./ตารางเมตร ทำให้เราต้องคำนึงว่า ผนังของเราต้องการสวนแนวตั้งขนาดเท่าใด เช่น หากต้องการสวนแนวตั้งพื้นที่ 10 ตารางเมตร ตัวผนังที่จะติดตั้งต้องรับน้ำหนักได้อย่างน้อย 250 kg./ตารางเมตร เป็นต้น

 

และหากผนังของเราไม่เหมาะจะรับน้ำหนักระบบสวนแนวตั้งโดยตรง หรือ ไม่ต้องการฝากน้ำหนักไว้กับผนัง เราสามารถติดตั้งสวนแนวตั้ง โดยใช้โครงเหล็กตั้งพื้นแยกออกจากตัวผนัง เพื่อให้พื้นและตัวโครงเหล็กรับน้ำหนักสวนแนวตั้งโดยตรงแทน

 

ตัวอย่างโครงเหล็กสำหรับติดตั้งสวนแนวตั้ง

 

4. การติดตั้งระบบน้ำ

สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งสำหรับสวนแนวตั้งก็คือ ระบบน้ำ ซึ่งสวนแนวตั้งส่วนใหญ่มักนิยมใช้ระบบน้ำแบบหัวน้ำหยด (Drip Irrigation) โดยจะมีการเดินท่อ PE ผ่านกระถางสวนแนวตั้ง และมีการติดตั้งหัวหยดน้ำ (Emitter) เป็นตัวให้น้ำในแต่ละกระถาง ซึ่งทั้งนี้ หากเป็นระบบน้ำหยดแบบอัตโนมัติ (Automatic Drip Irrigation) ระบบจะมีตัว Controller เป็นเครื่องที่ช่วยควบคุมการให้น้ำสวนแนวตั้ง  ตัว Controller นี้สามารถกำหนด วัน-เวลา ในการให้น้ำ รวมถึงปริมาณน้ำสวนแนวตั้งได้อย่างแม่นยำ และเมื่อทำการตั้งค่าสมบูรณ์ ระบบจะสามารถทำงานเองได้เองอัตโนมัติ ทำให้เกิดความสะดวกสบายต่อผู้ใช้งานมากขึ้น

 

ตัวอย่างท่อและหัวหยดน้ำ (Emitter) สำหรับสวนแนวตั้ง

 

ทั้งนี้ Controller สำหรับสวนแนวตั้งบางรุ่น สามารถช่วยให้ผู้ใช้งานมีความสะดวกสบายมากขึ้น ด้วยฟังก์ชั่นเสริมต่างๆ ตัวอย่างเช่น การเชื่อมต่อข้อมูลของ Controller ด้วยระบบไร้สาย (Wireless) เพื่อเชื่อมต่อเข้ากับมือถือสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ หรือ อุปกรณ์ต่างๆ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถสั่งระบบน้ำสวนแนวตั้งได้จากมือถือโดยตรง เช่น เราสามารถแบ่งโซนในการให้น้ำสวนแนวตั้งได้ ซึ่งการแบ่งโซนให้น้ำของสวนแนวตั้งนั้นจะมีความจำเป็นในกรณีที่มีแผงสวนแนวตั้งหลายแผง หรือแผงสวนแนวตั้งมีขนาดใหญ่ นอกจากนั้น Contoller จะทำให้เราสามารถสั่งเปิด-ปิดการให้น้ำแผงสวนแนวตั้งได้อย่างง่ายดาย แม้ว่าเราจะไม่ได้อยู่ที่หน้างาน หรือแม้แต่การพยาการณ์สภาพอากาศ ซึ่ง Controller บางรุ่น จะมีฟังก์ชั่นของการเชื่อมต่อข้อมูลกับ Google Weather เพื่อพยากรณ์อากาศในแต่ละวัน โดยวันใดที่มีฝนตก เราก็สามารถ Skip การให้น้ำในช่วงเวลานั้นๆได้ ทำให้ช่วยประหยัดน้ำได้มากขึ้น

 

ตัวอย่าง Controller สำหรับสวนแนวตั้ง

 

นอกจากนี้ หากพูดถึงเรื่องปริมาณน้ำ และ แรงดันน้ำที่ใช้สำหรับดูแลสวนแนวตั้ง ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับขนาดของแผงสวนแนวตั้งเอง และรวมถึงพื้นที่หน้างานนั้นๆด้วย ตัวอย่างเช่น หากสวนแนวตั้งมีพื้นที่ 10 ตรม. โดยมีการติดตั้งที่บริเวณชั้นล่างของตึกอาคาร หรือเป็นบริเวณที่ง่ายต่อการให้น้ำ ก็อาจสามารถใช้ปั๊มของโครงการ หรือแรงดันน้ำจากปั๊มที่มีอยู่แล้วแล้วได้เลย แต่หากมีพื้นที่สวนแนวตั้งค่อนข้างกว้าง หรือมีขนาดแผงใหญ่ เช่น สวนแนวตั้งพื้นที่ 500 ตรม. ขึ้นไป หรือ พื้นที่ที่ติดตั้งเป็นที่สูง เช่น อาคารจอดรถ (Parking Area) บริเวณชั้นสูงของห้างหรือตึกคอนโดต่างๆ อาจจำเป็นต้องมีการติดตั้งปั๊มและ Tank น้ำเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบรดน้ำสวนแนวตั้ง

 

ตัวอย่าง แผงสวนแนวตั้งบนพื้นที่สูง

 

5. การดูแลภายหลังการติดตั้ง

เมื่อทำการติดตั้งสวนแนวตั้งเสร็จสมบูรณ์ เราจะต้องมีการคำนึงถึงการดูแลรักษา (Maintenance) สวนแนวตั้งให้มีความสวยงามอยู่เสมอ เนื่องจากส่วนประกอบหลักของสวนแนวตั้งคือต้นไม้ ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิต ดังนั้นเราจึงต้องมีการดูแลให้ต้นไม้มีการเจริญเติบโตอย่างสวยงาม ทั้งนี้ การดูแลรักษาสวนแนวตั้ง สามารถทำได้โดย การตัดแต่งกิ่งและใบ เพื่อให้ได้รูปทรงตามที่ต้องการ การตรวจสอบโรคต่างๆของพันธุ์ไม้ การเปลี่ยนต้นไม้ในกรณีที่มีต้นไม้เสียหาย และการให้ปุ๋ย ซึ่งการดูแลรักษาสวนแนวตั้ง อาจรวมไปถึงการตรวจเช็คระบบน้ำ เช่น การตรวจเช็คระบบท่อ การตรวจเช็คระบบหัวหยดน้ำ และการตรวจเช็ค Controller ว่ายังสามารถทำงานได้ตามปกติ

ตัวอย่าง การดูแลสวนแนวตั้งภายหลังการติดตั้ง

 

ทั้งนี้ หากท่านใดมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำสวนแนวตั้ง หรือกำลังมองหาการติดตั้งระบบสวนแนวตั้งอย่างครบวงจร สามารถติดต่อทีมงาน d.one ของเราได้ที่;

 

Facebook: www.facebook.com/d1system

Line: @d.one

 

หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร: 02-0625580  E-mail: sales@d1.co.th