รู้ทันกันซึม ตอน: ความหนาของแผ่นกันซึมมีผลอย่างไร?

หลักการในการเลือกแผ่นกันซึม หนึ่งในปัจจัยสำคัญได้แก่ ความหนาของแผ่น (membrane thickness) ซึ่งแผ่นกันซึมโดยทั่วไปจะประกอบด้วย 3 ชั้น ได้แก่;

1. ชั้นกันซึม (upper layer)

2. ชั้นเพิ่มความแข็งแรง (reinforcement)

3. ชั้นสำหรับไว้ติดตั้ง

ทั้งนี้ประสิทธิภาพของแผ่นกันซึมแต่ละแผ่นจะดีหรือไม่มักขึ้นอยู่กับ “ชั้น upper layer” ซึ่งเป็นชั้นแรกที่มีหน้าที่ป้องกันการรั่วซึม อีกทั้งต้องโดนแดด รังสี UV ความร้อน ความชื้นและอุณหภูมิต่างๆตามฤดูกาล ดังนั้นชั้นนี้จึงเป็นชั้นที่สำคัญที่สุด และวัสดุที่นำมาทำชั้นนี้ก็ราคาสูงที่สุดเช่นกัน ทำให้แผ่นกันซึมในตลาดโดยทั่วไปมักจะมีชั้น upper layer ที่บาง เช่น มีความหนาชั้น upper layer เพียง 15% จากความหนาแผ่นทั้งหมด ซึ่งเมื่อนำไปใช้งานจริง จะมีความเสื่อมสภาพเร็ว และทำให้เกิดน้ำรั่วซึมได้ง่าย

ในขณะเดียวกัน แผ่นกันซึม FDT Waterproofing Membrane ถูกออกแบบมาให้ความหนาชั้น upper layer ไม่ต่ำกว่า 50% ของความหนาแผ่นทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นมาตรฐานความหนาที่หนากว่าเจ้าอื่นมาก ทั้งนี้เพื่อต้องการให้ระบบแผ่นกันซึมเมื่อติดตั้งไปแล้ว สามารถทำหน้าที่กันน้ำรั่วซึมได้อย่างสมบูรณ์แบบ อีกทั้งสามารถทนแดด รังสี UV ความร้อน ความชื้นและอุณหภูมิต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้แผ่นกันซึม FDT Waterproofing Membrane เป็นเจ้าเดียวในโลก ที่ได้รับการรับรองจาก BBA Certified ว่ามีอายุการใช้งานยาวนานถึง 40 ปี

 

Figure 1: เปรียบเทียบระหว่างความหนาของแผ่นกันซึม FDT และแผ่นกันซึมทั่วไปในตลาด

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Tel: 02-0625580  E-mail: sales@d1.co.th

 

By |2018-07-06T13:35:41+00:00July 6th, 2018|News|