รู้ทันกันซึม ตอน: ค่า “Tensile Strength” และ “Elongation at break” ของแผ่นกันซึม

ผลิตภัณฑ์แผ่นกันซึมที่ดี นอกจากจะต้องมีคุณสมบัติป้องกันการรั่วซึมแล้ว ยังจะต้องมีคุณสมบัติอื่นๆอีก เช่น ความยืดหยุ่นและการทนต่อแรงดึงต่างๆ เนื่องจากระบบกันซึมหลังคาเป็นชั้นที่อยู่ด้านบนสุดของระบบโครงสร้าง หมายความได้ว่า การต้องโดนความร้อน แสงแดด และอุณหภูมิต่างๆโดยตรงตลอดทั้งวัน

ซึ่งประเทศไทย เป็นประเทศที่มีสภาวะอากาศร้อนมากในช่วงกลางวัน โดยอากาศร้อนอาจทำให้ระบบโครงสร้างตึกเกิดการขยายตัวขึ้นจากเดิม ทำให้แผ่นกันซึมต้องรองรับระดับการขยายตัวตามโครงสร้างได้ และเมื่อถึงช่วงเวลากลางคืน อุณหภูมิจะลดลง ทำให้โครงสร้างของตึกเกิดการหดตัวลง แผ่นกันซึมก็จะต้องรับแรงหดตัวนี้ได้เช่นกัน

ดังนั้น ค่าหลักที่เราควรคำนึงถึงได้แก่ ค่า Tensile Strength และ ค่า Elongation at break ของแผ่นกันซึม ที่จะเป็นตัวบอกว่าแผ่นกันซึมมีคุณสมบัตินี้หรือไม่

 Tensile Strength หมายถึง ค่าความทนต่อแรงดึง หรือ ความเค้นสูงสุดต่อหนึ่งหน่วยพื้นที่ของวัตถุที่ได้รับจนเกิดการฉีกขาด มีหน่วยเป็น MPa หรือ N/mm2 และ

 Elongation at break หมายถึง ค่าการยืดตัว ณ จุดขาด คิดเป็นร้อยละการยืดตัวของวัตถุที่จุดขาดเมื่อเปรียบเทียบความยาวเริ่มต้น

ผลิตภัณฑ์แผ่นกันซึม FDT Waterproofing Membrane มีค่า Tensile Strength มากกว่า 1,000 N/50mm และค่า Elongation at break สูงสุดถึง 15% ซึ่งหมายถึงการทนต่อแรงดึงได้มาก และมีความยืดหยุ่นที่ดี เหมาะกับการติดตั้งด้วยวิธี Mechanical Fixing โดยอ้างอิงผลทดสอบตามมาตรฐาน DIN EN 12311-2 (method A) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลในการผลิตแผ่นกันซึม

ทำให้สามารถมั่นใจได้ว่าแผ่นกันซึม FDT Waterproofing Membrane มีความทนทาน สามารถใช้งานบนตึกอาคารที่มีการขยายตัวและหดตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ฉีกขาดง่าย ทำให้สามารถกันน้ำรั่วซึมได้ 100%

สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่: www.d1.co.th
หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร: 02-0625580 E-mail: sales@d1.co.th

By |2018-09-13T14:10:31+00:00July 13th, 2018|News|